♪ CPIRD : My First Interview
30/11/2011
วันนี้เป็นวันทดสอบสุขภาพจิต
ประมาณ 07.50 น. ..เราเพิ่งจะแต่งตัว + กินข้าว + ทำอื่นๆ เสร็จ ...
โทรหาใบเตยอย่างเร่งรีบ ใบเตยเพิ่งอยู่แุถวๆศาลหลักเมือง
กรี๊ด!!! ใบเตย... บอกให้เขาเลี้ยวเลยไปโรงพยาบาลเล้ย!!!!
แหง่ะ..~ ไม่ทันแล้ว 555
จึงให้ใบเตยไปรอแถวๆนั้น แล้วค่อยแว้นไปรับ
คุยไปขับไป ก็ได้รู้ว่าใบเตยไม่อยากเป็นหมอ แต่ว่าวันนี้อยากมาตรวจสุขภาพจิต
(จะได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคจิตไหม?? 555)
พอไปถึงตึกศูนย์แพทย์ ก็ลงชื่อ แล้วพี่พนักงานก็ยื่นใบสละสิทธิ์แอดมิชชั่น+กสพท.มาให้ บอกว่าให้มาส่งพรุ่งนี้
แล้วก็เข้าไปนั่งโม้ๆๆๆๆ กับเกร๊พ แพรว ป๊อป... มีเรย์มาสมทบตอนท้าย
นั่งรอพักใหญ่.... ใหญ่มากๆ
พอประมาณ 08.45 น. ก็เริ่มเรียกคนเข้าไปในห้องต่างๆ มีประมาณ 4-5 ห้อง
เราก็นั่งรอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนถึงชื่อเรา
พี่เค้านำทางเราเข้าไปในห้อง....ก็พบแพทย์หญิงท่านหนึ่ง
ใจดีมากๆ เขาก็ให้เราแนะนำตัว + บอกนิสัยของตัวเอง บลาๆๆๆ
ก็มีคำถามพื้นๆ เช่น ทำไมถึงอยากเป็นหมอ? , พ่อแม่อยากให้เรียนหรืออยากเอง, มีเพื่อนในกลุ่มกี่คน ,พี่น้องไม่ทะเลาะกันบ้างเหรอ? ฯลฯ
ก็ตอบไปตามตรงเลย แบบว่าอย่าพยายามแต่งคำให้สวยหรูมากไป เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด
ยิ้มมากๆเข้าไว้ มันจะทำให้เราดูเป็นคนมีสุขภาพจิตดี
คิดซะว่ากำลังคุยกับเพื่อน หรือคนสนิทก็ได้
>< ชอบมากๆ
พอเสร็จแล้ว........ ทดสอบสุขภาพจิตวันนั้นก็จบลง....
ฉันกลับบ้านตั้งแต่ 10.30 น.แหน่ะ!!!!
01/12/2011
วันนี้ใบเตยกับเรย์ไม่ไปสัมภาษณ์อ่ะ เพราะถ้าไปก็ต้องส่งใบสละสิทธิ์แอดมิชชั่น+กสพท.
คนไม่ไปวันนี้ค่อนข้างจะเยอะอยู่แหละ
แต่ว่า.... เราอยากเข้าหนิ อะไรๆจะมาหยุดยั้งเราไม่ได้!!!!
จึงไปถึงตึกศูนย์แพทย์ตั้งแต่ 07.55 น. ... ซึ่งไม่รู้จะไปเร็วขนาดนั้นทำไม - -
ก็ไปลงชื่อและ ส่งใบสละสิทธิ์แอดมิชชั่น+กสพท.
ก็นั่งโม้ๆๆๆๆ กับเกร๊พ แพรว ป๊อป บิว อ้อม ... บลาๆๆๆ
ตั้งนานแน่ะ ประมาณ 09.35 น. เขาถึงจะเริ่มแรกเป็นกลุ่มๆแยกไปรอหน้าห้อง
รอนานมากๆ คนก่อนหน้าเราเค้าก็บอกว่า โหดมาก อึดอัด โฮกกกกก
กว่าเราจะได้สอบสัมภาษณ์ก็ปาไป 11.15 น. แหน่ะ
ตอนเข้าไปปุ๊บ มีแพทย์ 3 ท่านนั่งอยู่
เราก็เข้าไปนั่ง... แนะนำตัว เกรด บลาๆๆๆ
พอเราบอกว่าที่บ้านทำอาชีพค้าขาย ก็เหมือนกับเป็นการจุดประเด็น - -
แพทย์ท่านหนึ่งถามว่า... แล้วที่บ้านขายอะไรล่ะ
เรา :........... เอ่อ.... พวกเครื่องประดับน่ะค่ะ ^^"
แพทย์ : เอ๊ะ! ขายทองรึเปล่า???!
เรา : (ซวยแล้ว) อ่ะค่ะ ^^"
หลังจากนั้นก็ถูกยิงคำถามชนิดที่ว่า... เปรียบได้กับการพยายามหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก - -
ส่วนใหญ่ของเราจะเน้นไปตรงที่ว่า จะทำได้เหรอ? มันหนักนะ , แล้วถ้าถูกส่งตัวไปอยู่ต่างอำเภอจะทำไง? , อาชีพหมอเงินเดือนน้อยนะหนู เทียบกับขายทองไม่ได้เลย
เราก็ช็อค!!!! เฮ้ยยยย ตรูจะทำไงดี ยิ่งตอบไปตอบมาเสียงก็สั่นด้วย T^T
เหมือนจิร้องอ่ะ แต่ห้ามร้องให้เขาเห็นเด็ดขาด!!!!
แล้วเขาก็ขอดูพอร์ตของเรา ส่งกันไปมาๆๆ
แล้วก็มีคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเรา.....เช่น
คะแนน มอ. ออกแล้ว เป็นไงบ้าง?
เรา : อ๋อ... คณิตของหนูไม่ผ่านเกณฑ์ค่ะ
แพทย์ : แล้วพวกตัวจริงที่สละสิทธิ์นี่ ส่วนใหญ่เขาจะผ่านกันใช่ไหม?
เรา : ค่ะ เขาคงจะไปเลือก มอ. แล้ว
แพทย์ : ทำไมหนูถึงอยากเรียนที่นี่ล่ะ?
เรา : เป็นความใฝ่ฝันของหนูมานานแล้วค่ะ หนูรักธรรมศาสตร์มากๆ
แพทย์ : แล้วถ้าหนูได้คะแนนคณิตผ่านเกณฑ์ มอ. หนูจะยังพูดแบบนี้อีกเหรอ?
เรา : หนูไม่เคยคิดจะแบ่งแยกมาตรฐานค่ะ ทั้งแพทย์ธรรมศาสตร์และ มอ. ต่างมีศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันแพทย์ใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์การควบคุมมาตรฐานแพทย์ไว้ในมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน คุณภาพของการศึกษาจะเทียบเท่ากันค่ะ
หนูได้เรียนกวดวิชาเยอะไหม?
เรา : อ๋อ.. แทบจะไม่ได้เรียนเลยค่ะ
แพทย์ : หนูติดสำรองใช่ไหม? ที่เท่าไหร่นะ?
เรา : สำรองที่ 6 ค่ะ
แพทย์ : แสดงว่าการกวดวิชามีผลต่อการสอบเข้าสินะ พวกตัวจริงเขาก็เรียนกวดวิชาเยอะมากๆ แต่หนูไม่ค่อยเรียนเลยได้เป็นแค่สำรองน่ะสิ
เรา : (ช็อคไปแล้ว... เสียงเริ่มสั่น) เอ่อ.. สำหรับหนู หนูคิดว่าการเรียนกวดวิชาไม่ได้เป็นทั้งหมดของการเรียน พวกที่เรียนกวดวิชามากๆ เขาคงไม่มีเวลาได้มานั่งมองท้องฟ้า ดูดอกไม้ริมทาง ชีวิตมันขาดอะไรไปเยอะมากๆเลยค่ะ หนูคิดว่าการเรียนในโรงเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งกวดวิชาอาจจะมีส่วนในการสอบเข้าก็จริง แต่หากกวดวิชาไปแล้วไม่ได้ไปทบทวนแล้ว..มันจะต่างอะไรกับการไม่กวดล่ะคะ? ซึ่งเพราะจุดๆนี้ หนูจึงไม่ค่อยเรียนพิเศษ หนูไม่ชอบเรียนพิเศษเลยค่ะ
แพทย์ : อืมๆๆๆ
แล้วก็มีคำถามเกี่ยวกับปัญหา เช่น
ถ้าเพื่อนท้องมา หนูจะแนะนำเพื่อนยังไง?
เรา : ก็...คงจะพูดกับเขาว่าต้องรับเด็กคนนี้เป็นลูกนะ เพราะเด็กคนนี้เกิดจากการกระทำของเรา เราจะไปพรากชีวิตเขาไปโดยที่เขาไม่มีความผิดไม่ได้
แพทย์ : แล้วเพื่อนของหนูจะทำยังไงกับการเรียน ต้องดรอปไว้เหรอ?? แล้วสมัยนี้โรงเรียนให้เด็กที่ท้อง เรียนต่อได้ไหม?
เรา : เอิ่ม... เท่าที่หนูเคยได้ยิน เหมือนกับว่าเขาเริ่มที่จะเอาเข้าที่ประชุมน่ะค่ะ คงกำลังรอพิจารณาอยู่
แพทย์ : เดี๋ยวนี้น่ะ เขาให้เรียนได้ อนุมัติเรียบร้อยแล้ว
แพทย์อีกคน : แต่มันจะดูไม่ดีเท่าไหร่นะ... ยิ่งสังคมไทยก็ไม่ค่อยจะรับกับเรื่องนี้อยู่ด้วย
เรา : ใช่ค่ะๆ มันยังผิดวิถีของสังคมอยู่ ^^
เดี๋ยวนี้มีข่าวแพทย์โดนฟ้องบ่อยมากๆ ไม่เหมือนขายทองที่ไม่ค่อยมีปัญหาด้านนี้เท่าไหร่ หนูจะรับได้เหรอ?
เรา : หนูเชื่อว่าถ้าเรามีศีลธรรม และตั้งอยู่ในความสุจริตก็คงไม่มีทางที่เขาจะมาฟ้องเราได้ค่ะ
แพทย์ : แต่ดูเดี๋ยวนี้สิ อะไรๆก็ฟ้องกันทั้งนั้น หนูจะทำยังไง?
เรา : ก็คงต้องใช้พวกวิธีทางกฎหมายค่ะ เหมือนในต่างประเทศที่มีการบันทึกภาพไว้ในขณะรักษา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ตัวเองว่าเราบริสุทธิ์จริงค่ะ
แพทย์ : อืมๆๆ โอเค หนูไปได้แล้วล่ะ
เรา : ขา....... ขอบคุณมากๆค่ะ
แพทย์ : ถ้ายังไงก็ขอให้พวกตัวจริงสละสิทธิ์ให้หมดเนอะ เราจะได้ขึ้นมา ^^
เรา : อ๋อ.... ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
แพทย์ : อืมๆ เดี๋ยวเรียกเพื่อนคนต่อไปมาได้เลย
เรา : ค่ะๆ ^^
เฮ้อ.... พอออกมาเราก็ปล่อยสะอื้นเลยอ่ะ
มันอั้นมานาน.... TTTTTTT^TTTTTTT
จบไปแล้วเนอะ การทดสอบทั้งหมด
เหลือแค่การรอผลเท่าั้นั้น!!!